นานเกือบร้อยวัน ที่คนไทยไม่ได้ยินพระสุรเสียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นับตั้งแต่ วันที่ พระองค์ เสด็จพระราชดำเนินมาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช และเมื่อมีประกาศสำนักราชเลขาธิการ ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2552 เลื่อนพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตน และ สวนสนามทหารรักษาพระองค์ ในวันที่ 2 ธันวาคม และ เลื่อนถวายพระพรชัยมงคล ในวันที่ 4 ธ.ค.ออกไปก่อน คนไทยทั้งประเทศก็ยิ่งใจแป้ว
หัวใจทั้ง 60 ล้านดวง รอคอยพระราชพิธี เสด็จออกมหาสมาคม ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง
ห้าโมงเช้า วันที่ 5 ธันวาคม 2552 ทันทีที่รถไฟฟ้าที่ประทับ ถูกเข็นออกมาสู่ประตูห้องโถง อาคารเฉลิมพระเกียรติโรงพยาบาลศิริราช เพื่อเสด็จพระราชดำเนิน ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง ระหว่างทาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโบกพระหัตถ์ และแย้มพระสรวลให้ผู้มารับเสด็จฯ
ความปลื้มปิติ บังเกิดขึ้นท่วมท้นหัวใจของผู้ที่เฝ้ารับเสด็จฯ ที่โรงพยาบาล และคนที่รอชมทางโทรทัศน์ ที่ได้เห็นกับตาตัวเองว่า พระองค์ทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรง พระพักตร์สดชื่น แจ่มใส
เสียงถวายพระพร ทรงพระเจริญ ดังกึกก้องตลอดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน และดังสะท้านในหัวใจคนไทยทั้งชาติ
ตลอดเวลา ที่ประทับนั่ง บนพระที่นั่ง พุดตานกาญจนสิงหาสน์ หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตรฉัตร ในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย รับการถวายพระพรชัยจาก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เป็นช่วงเวลาที่คนไทยได้ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด
บนพระที่นั่ง พุดตานกาญจนสิงหาสน์ คือ ในหลวงของเรา ผู้ทรงทศพิศราชธรรม ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม มาตลอด 63 ปี เป็นพระผู้ซึ่งเป็นร่มโพธิ์ ร่มไทร ปกปัก รักษา พสกนิกร ให้ร่มเย็นเป็นสุข อยู่ใต้พระบารมี
แล้วพระสุรเสียงก็ดังขึ้น เมื่อทรงมีพระราชดำรัสตอบ ผู้มาเฝ้าถวายพระพรชัย เป็นเสียงที่คนไทยคุ้นหู คุ้นใจมาชั่วชีวิต เป็นเสียงที่คนไทยไม่ได้ยินมานับตั้งแต่พระองค์ทรงเสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช เป็นเสียงที่แจ่มใส ชัดเจน เป็นเสียงที่ทำให้คนไทยทั้งชาติ ยิ่งปลิ้ม ปิติ เบิกบานใจมากยิ่งขึ้น เป็นเสียงที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศรู้ว่า ในหลวงของเรา หายแล้ว
ในหลวงของเราทรงหายจากพระอาการประชวรแล้ว

“ขอขอบพระทัยและขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง ที่มีไมตรีจิตพรั่งพร้อมกันมาให้พรวันเกิด ด้วยถ้อยคำที่เลือกสรรมาจากใจซึ่งปรารถนาดี มุ่งหมายให้ข้าพเจ้ามีความสุขความสวัสดีโดยประการต่างๆ
ความสุขความสวัสดีของข้าพเจ้า จะเกิดมีขึ้นได้ ก็ด้วยบ้านเมืองของเรามีความเจริญมั่งคงเป็นปรกติสุข ความเจริญมั่งคนทั้งนั้น จะสำเร็จผลเป็นจริงได้ ก็ด้วยทุกคนทุกฝ่ายในชาติมุ่งที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เต็มกำลัง ด้วยสติรู้ตัว ด้วยปัญญารู้คิด และด้วยความสุจริตจริงใจโดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่น
จึงขอให้ท่านทั้งหลายในที่นี้ ซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่สำคัญอยู่ในสถาบันหลักของประเทศ แลชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทำความเข้าใจในหน้าที่ของตนให้กระจ่างแล้วตั้งจิตตั้งใจให้เที่ยงตรงหนักแน่น ที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เพื่อให้สำเร็จประโยชน์ส่วนรวมอันไพบูลย์ คือชาติบ้านเมืองอันเป็นถิ่นที่อยู่ที่ทำกินของเรา มีความเจริญมั่นคงยั่งยืนไป
ขออำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่าน ให้ปราศจากทุกข์ปราศจากภัย และอำนวยสุขสิริสวัสดิ์ พิพัฒนมงคล ให้สัมฤทธิ์แก่ท่านทั่วหน้ากัน”
ผลสำรวจ จากเอแบคโพลล์ เรื่องสถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบันกับความสุขมวลรวมของคนไทย จากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,147 ครัวเรือน เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.2552 พบว่า
ภายหลังได้รับชมการถ่ายทอดพระราชพิธี เฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวามหาราช ประชาชนส่วนใหญ่ 81.9% ระบุ ทำให้มีกำลังใจในการต่อสู้กับปัญหา และอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตเพิ่มมากขึ้น และที่น่าปลื้มปีติอย่างยิ่งคือจากการวัดความสุขคนไทย พบว่า ระดับความสุขของคนไทยในวันดังกล่าว มีคะแนนสูงถึง 9.86 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ซึ่งสูงกว่าความสุขคนไทยที่สำรวจในช่วงพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เมื่อเดือน มิ.ย.49 ซึ่งอยู่ที่ 9.21 คะแนน