ข่าวคราวท่อน้ำมันรั่วไกล้เกาะเสม็ดค่อย ๆ เงียบหายไป พร้อมกับปรากฏการณ์ซ้ำซากของการเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของเมืองไทย ดังปรากฏตลอดมา

เงินเยียวยาเพียง 50 ล้านบาทสำหรับผู้เสียหายราว 1,715 ราย  (27,749 บาท/คน) ถือเป็นเงินเยียวยาที่น้อยมากสำหรับจังหวัดระยอง ซึ่งได้ถูกจัดลำดับว่าเป็นจังหวัดที่มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรที่สูงที่สุดในประเทศไทย (1,143,740  บาท/คน/ปี)

SNAG-0003

นั่นเป็นแค่ตัวเลขในคำชี้แจงของบริษัท หากแต่ในทางปฏิบัติ เมื่อวันที่ 19 ส.ค. บริษัท พีทีทีจีซีรับปากว่า นายอนนค์ ศิริแสงทักษิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยนายบวร  วงษ์สินอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ พีทีทีจีซี จะลงมารับฟังข้อเสนอแนะจากกลุ่มประมงและภาคีเครือข่ายทั้งหมด

แต่ปรากฎว่าเมื่อถึงวันและเวลานัดหมาย นายอนนค์ พร้อมด้วยนายบวร ผู้บริหาร พีทีทีจีซี ไม่สามารถมาร่วมโต๊ะเจรจาตามที่ได้มีการบันทึกตกลงกันไว้ สร้างความไม่พอใจและไม่เห็นด้วยกับผู้แทนกลุ่มประมง และภาคีเครือข่ายที่มารอรับฟังคำตอบ หนีการเจรจากับผู้เสียหาย ทั้ง ๆ ที่ได้มีการตกลงสำหรับคณะผู้เจรจาไว้ล่วงหน้าแล้ว ย่อมส่งผลต่อความมั่นใจและภาพลักษณ์ขององค์กร แล้วจะให้สังคมมั่นใจได้อย่างไรว่า Mitigation plan ที่ประกาศไว้จะมีการดำเนินการเช่นนั้นจริง เพราะลำพังแค่การเจรจายังหลบหนีหน้า ไม่สมราคาบริษัทมหาชน ที่อ้าง corporate governance เอาซะเลยเพราะการกระทำมันต่างจากเอกสารที่เผยแพร่เอาไว้มากจริง ๆ

Communities, Society and Environment: PTTGC conducts business with responsibility to communities, society and the environment in terms of safety, quality of life, and the conservation of natural resources. …. PTTGC operates by taking into account impact on the environment starting from the production process to the selection of production and waste disposal technology, as well as to innovative research and development procedures and improved energy efficiency.